9 ท่าบริหารร่างกาย เบิร์นเน้นย้ำๆ200 กิโลแคลอรี 

9 ท่าบริหารร่างกาย เบิร์นเน้นย้ำๆ200 กิโลแคลอรี ฟิตจัดเต็มใน 3 นาที ท่าบริหารร่างกายกล้วยๆทั้งยังเบิร์นรวมทั้งฟิต แอนด์ เฟิร์มหุ่นได้ในเวลาเพียงแค่ 3 นาที มาโบกไม้โบกมือลา 200 กิโลแคลอรีแล้วก็ไขมันย้วยๆไม่น่าดู บริหารร่างกาย การบริหารร่างกายเพื่อเผาผลาญพลังงานเป็นสิ่งที่คนต้องการลดความอ้วนจำเป็นเลย ซึ่งก็อาจมีหลายๆคนที่ต้องการจะเบิร์นแคลอรีออกไปให้ได้มากๆในเวลาไม่นาน แต่ว่าก็ไม่รู้จักว่าจะบริหารร่างกายด้วยท่าบริหารร่างกายไหนดี  วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอคัดเลือกเอา 9 ท่าบริหารร่างกายเด็ดๆที่ทำเป็นกล้วยๆแล้วก็สามารถเบิร์นได้ถึง 200 แคลอรีภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 นาที แถมถ้าหากทำต่อเนื่องกันเสมอๆยังจะได้หุ่นที่ฟิต แอนด์ เฟิร์มเป็นของแถมด้วย ต้องการทราบว่ามีท่าบริหารร่างกายอะไรบ้างก็ตามมาดูกันเลยจ๊า 1. ท่าชูหัวเข่าสูง (High Knee) ท่าบริหารร่างกายลดน้ําหนัก ท่าบริหารร่างกายที่ใช้พลังงานมากมาย และไม่ยากไร้เกินความจำเป็นเช่นท่าชูหัวเข่าสูง ได้ประสิทธิภาพที่ดีอีกทั้งในประเด็นการเบิร์นแคลอรี รวมทั้งกระชับรูปทรงรอบๆพุงแล้วก็ต้นขา และก็บั้นท้าย ใช้เวลาสั้นๆวันละ 3 นาที กับท่านี้ก็ยืนยันว่าผลที่ออกมา ดีอย่างไม่คาดฝันแน่ๆ วิธีฝึก 1. ยืนตรงในท่าที่สบาย 2. ชูแขนทั้งยัง 2 ข้าง ขนานกับพื้น เริ่มวิ่งคงที่ ตอนที่วิ่งมานะชูหัวเข่าสูงให้แตะต้องกับมือที่ยื่นออกมา หรือชูหัวเข่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำเป็น 3. ทำอีกครั้ง 10-15 ครั้ง ทั้งสิ้น 3 เซต 2. ท่าไต่เขา (Mountain climbers) ท่านี้จะช่วยออกกำลังกายหลายส่วนไปพร้อมเพียงกัน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามศูนย์กลางลำตัว กล้ามขาด้านข้างหลัง กล้ามตูด รวมทั้งกล้ามต้นขาข้างหน้า แถมยังช่วยเบิร์นแคลอรีได้มากมาย ต้องการมีต้นขาที่ฟิตเปรี๊ยะพร้อมทั้งเบิร์นไขมันก็จำเป็นต้องท่านี้ล่ะ วิธีฝึก 1. เริ่มจากนอนคว่ำตัว แขนทั้งสองข้างดูถูกพื้น เท้าเหยียดหยามตรง ดันปลายตีนขึ้น 2. งอเข่าขวาขึ้นมาค้างไว้ที่ระดับอกให้พอเพียงเมื่อยล้า แล้วสลับไปงอเข่าซ้าย แล้วทำสลับกันไปๆมาๆ 3. ทำใหม่ 10-15 ครั้ง ทั้งผอง 3 เซต 3. ท่ากระโจนตบ (Jumping jacks) ท่าบริหารร่างกายที่พวกเรารู้จักกันมานานอปิ้งท่ากระโจนตบ เป็นท่าบริหารร่างกายที่มีคุณภาพอย่างไม่ได้นึกฝัน เนื่องจากว่าผู้กระทำระกระโดดตบนั้นจำเป็นจะต้องใช้พลังงานมากมาย ก็เลยทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มาก แม้กระนั้นก็ไม่เหมาะสมกับคนที่มีปัญหาเรื่องหัวเข่า เนื่องจากว่าอาจส่งผลให้หัวเข่ารับน้ำหนักมากจนเกินไปรวมทั้งมีการเจ็บได้ วิธีฝึก 1. เริ่มจากยืนให้เท้าห่างกันนิดหน่อย วางแขนไว้ที่ข้างๆลำตัว 2. กระโจนขึ้นโดยแยกเท้าออกให้ความกว้างเท่าหัวไหล่รวมทั้งยกมือทั้งสองข้างขึ้นสัมผัสกันเหนือหัว แล้วกลับสู่ท่าเริ่ม 3. ทำใหม่ 10-15 ครั้ง ทั้งผอง 3 เซต 4. สควอทจัมพ์ (Jump squat) ท่าบริหารร่างกายลดน้ําหนัก สควอทจัมพ์ หรือสก๊อตจัมพ์ อีกหนึ่งท่าบริหารร่างกายที่พวกเรารู้จักกันดีนี้ก็เป็นท่าบริหารร่างกายที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น และก็ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามศูนย์กลางลำตัว กล้ามตูด เอ็นร้อยหวาย กล้ามต้นขา แล้วก็กล้ามข้างหลัง ทั้งยังช่วยเสริมความสามารถของร่างกาย วิธีฝึก 1. ยืนตัวตรง กางขาออกบางส่วน นั่งยองๆงอเข่านิดหน่อย มือ 2 ข้างยื่นไปข้างหลังขนานกับลำตัว หรือผสานไว้ที่กำดัน 2. เอนตัวมาด้านหน้า โก่งบั้นเอวขึ้นนิดหน่อย กระโจนยืดตัวขึ้นแล้วกลับสู่ท่าเดิม 3. ทำอีกครั้ง 10-15 ครั้ง ทั้งสิ้น 3 เซต 5. วอล์กกิ้ง ลันจ์ (Walking Lunges) ท่านี้เป็นท่าที่ดัดแปลงแก้ไขมาจากท่าลันจ์แบบธรรมดา โดยเพิ่มความท้าด้วยการที่เมื่อก้าวเท้าและก็ย่อตัวลงไปแล้ว ก็ควรต้องก้าวเท้าถัดไปข้างหน้าเรื่อยก็เลยช่วยทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น แถมยังช่วยบริหารร่างกายกล้ามหลายๆส่วนได้ในครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้ามตูด กล้ามขาด้านข้างหลัง และก็กล้ามน่อง แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องพูดว่าท่านี้เป็นอีกท่าหนึ่งที่ไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวเข่าจ้ะ วิธีฝึก 1. ยืนตรง ขาติด มืออีกทั้ง 2 ข้างเท้าเอว 2. ก้าวขาซ้ายไปข้างหน้าให้เยอะที่สุด กระทั่งหัวเข่างอตั้งฉากกับพื้น 3. ก้าวเท้าซ้ายมาติดเท้าขวา 4. เริ่มต้นใหม่จากเท้าซ้าย ทำใหม่ 10-15 ครั้ง ทั้งสิ้น 3 เซต

ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม กับกิจกรรมสุด Slow Life

  ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม กับกิจกรรมสุด Slow Life ชีวิตประจำวันของพวกเราอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเรื่องยุ่งๆมาทำให้เครียดได้ไม่เว้นวันแล้ววันเล่า อีกทั้งงานก็เยอะแยะ ไอ้นั้นก็ยังมิได้ทำ ไอ้นี่ก็ยังมิได้คิดแผน ปวดศีรษะไปหมด ถ้าเกิดเป็นอย่างนี้ มัชรูมทราเวล ว่าทดลองหยุดคิดสักแป๊บนึงแล้วหาเวลาออกไปบรรเทากันบ้างดีมากกว่ามั้ยขา?  อย่างในคราวนี้พวกเราจะพาท่องเที่ยวที่งามๆบรรยากาศชิลๆให้พวกเราได้บรรเทา ปลดล็อคปัญหาที่ค้างอยู่ในหัวไปได้เลย เนื่องจากว่าพวกเราจะไป Slow Life ด้วยการ ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม กันจ้ะ!  อ่าวฮาทดลองเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวยอดนิยมในเวียดนามที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวชิลๆอยู่มากมายทีเดียว ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ตามไป ทัวร์เวียดนาม ที่ฮาทดลองเบย์กันเลยยย ก่อน ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม พวกเรามาเก็บข้อมูลกันนิสสสนึง อ่าวฮาทดลอง หรือที่เรียกกันจนถึงเคยปากว่า  ฮาทดลองเบย์ (Halong bay) เป็นอ่าวแห่งหนึ่งทางทางเหนือของเวียดนาม และก็เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในอ่าวตังเกี๋ย มีพื้นที่กว้างกว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งมีริมตลิ่งยาวเป็นระยะทางกว่า 120 กิโล พร้อมทั้งทิวทัศน์ทัศนียภาพที่มองดูไปทางไหนก็สวยสดงดงาม มีชีวิตชีวาสุดๆ ทิวทัศน์ทั่วๆไปของอ่าวฮาทดลองจะประกอบไปด้วยแผ่นน้ำสีงามแล้วก็หมู่เกาะหินปูนน้อยใหญ่ รูปร่างผิดตาล้นหลามกว่า 1,900 เกาะ แล้วก็ความงดงามเพอร์เฟ็คของฮาทดลองเบย์นี้ก็ทำให้ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก้ เมื่อปีพุทธศักราช2537 อีกด้วยจ้ะ ผู้ใดกันแน่ที่เคยท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ในอดีต ถ้าเกิดได้กลับไปอีกทีในเวลานี้ละก็ จะรู้สึกได้เลยว่าที่นี่มองประหลาดตาไปๆมาๆกกกก ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้ฮาทดลองเบย์มีที่เที่ยวใหม่ๆมากขึ้นเยอะแยะเลยคะ เป็นสถานที่เที่ยวดูธรรมชาติงามๆซึ่งสามารถยั่วยวนใจนักเดินทางล้นหลามจากทั่วทั้งโลกให้มาเยี่ยมกันอย่างครื้นครึกได้ในแต่ละปี แถมยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวแบบชิลๆรอบอ่าว ให้พวกเราไปประทับใจกับธรรมชาติในแบบ Slow Life อยู่มากมาย ทดลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง นั่งตะกร้า 2 ชั้น Queen Cable Car ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลืมภาพตะกร้าลอยฟ้าที่เคยได้เห็นหรือเคยขึ้นไปได้เลยจ๊า เนื่องจากว่านี่เป็น Queen Cable Car ตะกร้าลอยฟ้า 2 ชั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก! จุคนได้มากถึง 250 คนต่อท่องเที่ยว รวมทั้งสามารถรับ–ส่งผู้โดยสารได้มากถึง 2,000 คนต่อชั่วโมง ตะกร้าลอยฟ้า 2 ชั้นยิ่งใหญ่ยอดเยี่ยมนี้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของ สวนสนุก Sun World Halong Park สร้างโดย Doppelmayr/Garaventa Group จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และก็ออสเตรีย โดยมีความพิเศษซึ่งสามารถทำลายสถิติโลก รวมทั้งได้รับการบันทึกลงใน Guinness World Records ถึง 2 รายการเป็นเป็นตะกร้าที่จุคนได้มากที่สุดในโลก และก็ มีเสาคอนกรีตส่งตะกร้าที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 188.88 เมตร ตะกร้า 2 ชั้น Queen Cable Car จะพาพวกเราผ่านน้ำผ่านสมุทรไปตามระยะทาง 2,165 เมตร เชื่อมต่อระหว่างสถานี Ocean station และก็ Sun station ซึ่งเป็นจุดสุดยอดบนเทือกเขา Ba Deo กลางทางนี้พวกเราก็จะได้ดูทิวทัศน์ฮาทดลองเบย์เหนือแผ่นน้ำที่งามจนถึงแทบจะลืมหายใจอย่างยิ่งจริงๆ เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสมาชิกใหม่ที่ทำให้การมา ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม ของพวกเราสนุกสนานขึ้นไปอีกมากมายๆเลยจ๊า ดูทิวทัศน์มุมสูงบนกระเช้าสวรรค์ Sun Wheel มา ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม กันต่อ ภายหลังจากขึ้นตะกร้า 2 ชั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พวกเราก็จะมาลงตรงสถานีสูงสุดบนเทือกเขา Ba Deo ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราวๆ 250 เมตร และก็เป็นที่ตั้งของกระเช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ Sun Wheel มาถึงที่ตรงนี้แล้ว ขอบอกว่าห้ามพลาดการขึ้นไปดูทิวทัศน์มุมสูงบนชิงช้าเชียวนะคะ ชิงช้าวงล้อสีแดง Sun Wheel สร้างโดย บริษัท Sanoyas Hishino Meisho จากประเทศญี่ปุ่น เป็นชิงช้าที่มีขนาดใหญ่มากมายกกก มีห้องโดยสาร 64 ห้อง รวมทั้งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 384 คน แถมยังตั้งอยู่บนที่สูง สามารถขึ้นไปดูทิวทัศน์ฮาทดลองเบย์มุมสูงได้แบบ 360 องศาเลยคะ ด้วยความโหฬารของชิงช้านี้ก็เลยแปลงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของฮาทดลองเบย์ที่แลเห็นได้จากทุกมุม แถมค่ำคืนก็ยังเปิดไฟแสงสีสวยสดงดงาม น่าเก็บภาพซาบซึ้งใจไว้มากมายๆคนไหนไม่กลัวความสูงจำเป็นต้องไปทดลองเลย ล่องเรือสุดชิลในอ่าวฮาทดลอง มาท่องเที่ยวสมุทรทั้งที ก็จำเป็นต้องไป ล่องเรือในอ่าวฮาทดลอง ด้วยนะคะ การมา ทัวร์เวียดนาม ด้วยโปรแกรมนี้ขอบอกเลยว่าฟินมากกก ตลอดระยะทางนักเดินทางจะได้ชื่นชอบความงดงามของอ่าวที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับรายการอาหารซีฟู้ดบนเรือ แล้วก็ท่องเที่ยวกันต่อโดยเรือจะพาพวกเราไปแวะที่ ถ้ำสรวงสวรรค์ (Thien Duong : Paradise Cave) เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่ด้านในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นจากการพูดซ้ำเติมกันทางธรรมชาติ ซึ่งหินงอกหินย้อยตรงนี้เป็นหินที่ยังมีชีวิต ต้องระมัดระวังอย่าไปแตะต้องหรือสัมผัสหินกันด้วยนะคะ มิเช่นนั้นหินที่กำลังเจริญวัยอยู่บางครั้งก็อาจจะหยุดโตและก็ตายไปเลยก็ได้ บรรยากาศในถ้ำเป็นธรรมชาติที่งดงามอย่างกับอยู่บนสรวงสวรรค์ แถมอากาศก็ยังเย็นสบายตลอดระยะเวลา คนไหนกันต้องการมาสัมผัสขณะแสนพิเศษกับภาพที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนก็มาล่องเรือในอ่าวฮาทดลองกันนะคะ ท่องเที่ยวฮาทดลองเบย์ เวียดนาม กับกิจกรรมชิลๆไปแล้ว ขอจบท้ายด้วยการช้อปปิ้งจับจ่ายซื้อของฝากเบาๆที่ ตลาด Ha Long Night Market ตลาดช่วงเวลากลางคืนที่นี้เต็มไปด้วยร้านกว่าร้อยร้านค้า จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด ทั้งยังผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้าน เสื้อผ้า เสื้อหนาว เครื่องใช้ รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองหาดทราย เป็นต้นว่า สร้อยคอจากกาบหอย เรือไม้เล็กๆหรือผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกอย่างเสื้อยืดสกรีนลายฮาทดลองเบย์เก๋ๆก็มี ซื้อไว้ใส่เป็นของที่ระลึกหรือจะซื้อกลับไปฝากเพื่อนฝูงๆก็ได้ ที่สำคัญเป็น ราคาไม่แพงมากมายกกกกก ตลาดที่นี้จะเปิดกันตั้งแต่ 6 นาฬิกาเย็นจนกระทั่งมืดค่ำ เดินจ่ายตลาดกันได้แบบเพลิดเพลินๆถ้าเกิดเดินจนกระทั่งหิวก็มีอาหารยามดึกด้วยจ้ะ แถมร้านรวงตรงนี้เค้ารับเงินบาทด้วยนะ เมื่อก่อนตกลงใจจ่ายตลาดก็อย่าลืมต่อรองราคาพ่อค้าแม่ค้ากันด้วย บอกมาเยอะแค่ไหน ต่อเหลือครึ่งนึงไปเลยจ้า การันตีว่าได้ของถูกอกถูกใจในราคาสวยๆ รอบฮาทดลองเบย์มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่ให้พวกเราได้ไปชิลล์แบบ Slow Life กันมากไม่น้อยเลยทีเดียวเลยนะ ปฏิบัติงานมาอ่อนล้าๆอย่าลืมหาระยะเวลาสั้นๆจัดทริป ทัวร์เวียดนาม พาคุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ออกท่องเที่ยวบ้างก็ดีเช่นกัน ได้ดูทิวทัศน์รับประทานบรรยากาศสบายๆที่ประเทศใกล้บ้านพวกเราก็จะเป็นการเพิ่มพลังให้กับชีวิตได้มากเลยจ้าาา

สูตรป้องกันไม่ให้มีสิว

ในเหตุการณ์ที่ผู้หญิงจำเป็นต้องอยู่บ้านนานๆแบบนี้ หันมาใช้เวลานี้ดูแลตนเอง เพื่อช่วยลดความเคร่งเครียดแล้วก็ความรู้สึกวิตกกังวล ด้วยการมาส์กหน้าจากส่วนประกอบจากธรรมชาติกันเลยดีกว่า! เพราะว่าชีวิตประจำวันผิวหน้าของพวกเราจำต้องพบเจอกับความเคร่งเครียด มลพิษต่างๆมาก ทั้งยังจากสิ่งแวดล้อม มลภาวะกลางอากาศ และก็สารก่อพิษจากของกินที่พวกเรากินเข้าไป  ล้วนเป็นตัวการรบกวนผิวหน้า ทำให้ผิวอ่อนเพลียเพิ่มมากขึ้น แม้การล้างหน้าล้างตาแล้วก็ทาครีมบำรุงจะสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตรอบๆผิวหน้าได้อย่างพอเพียง แต่ว่าการมาส์กหน้าจะช่วยบำรุงรักษาผิวให้ได้รับออกสิเจนมากเพิ่มขึ้น เปิดเผยผิวที่ขาวใส ดูอ่อนกว่าวัย ทำให้ผิวหน้าบรรเทา เป็นการพักรวมทั้งฟื้นฟูผิวหน้าที่อ่อนแรง ขาดการบำรุงอย่างลึกล้ำ คุณประโยชน์ของการมาส์กหน้า การมาส์กหน้าถือได้ว่าเป็นการบำรุงผิวแบบพิเศษอีกทางหนึ่ง ที่ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับเพื่อการแก้ไขปัญหาผิวที่พวกเราเผชิญอยู่ให้หายไปอย่างเร็วทันใจ  ถึงแม้ว่าการทามอยส์พบไรเซอร์หรือสรับประทานสนใจต่างๆจะช่วยเพิ่มความชื้นให้กับผิวได้ดิบได้ดีสุดแท้แต่ก็ยังไม่มากมายซักเท่าไหร่ โดยยิ่งไปกว่านั้นกับคนที่มีปัญหาผิวแห้งแล้วก็ผิวขาดน้ำ ควรจะเพิ่มเติมความชื้นเสริมเข้าไปด้วยการมาส์กหน้า ที่สามารถบำรุงผิวได้ลึกล้ำกว่า ทำให้ผิวหน้านุ่มแล้วก็ยืดหยุ่นได้มากขึ้น ให้บริเวณใบหน้ามองดูอ่อนวัยได้โดยง่าย ในระหว่างการมาส์กหน้า เนื้อของมาส์กจะช่วยกระตุ้นให้ผิวได้รับออกสิเจนมากยิ่งขึ้น แล้วก็รู้สึกได้ถึงความตึงของผิว ก็เลยทำให้ผิวหน้ากระชับแข็งแรงขึ้น เปิดเผยผิวที่ส่งประกายจากข้างในอย่างแท้จริง  นอกจากนั้นยังช่วยลดเม็ดสีผิวส่วนเกินอันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดรอยด่างดำ สีผิวของคุณก็เลยเรียบเนียบบ่อย รวมทั้งช่วยกระตุ้นและก็เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวหน้า ถ้าเกิดมาส์กหน้าบ่อยๆจะก่อให้รูขุมขนบนผิวหน้าสะอาด ลดปัญหาหน้ามัน ช่วยดูดสิ่งสกปรกใต้ผิวหนัง อีกทั้งลดการสั่งสมตันตามรูขุมขนต่างๆเปิดเผยผิวที่เรียบเนียนรวมทั้งแจ่มใสเพิ่มขึ้นอย่างพิจารณาได้ honey dipper on honey comb สูตร DIY FACE MASK 5 สูตร จากวัตถุดิบธรรมชาติ สูตรป้องกันไม่ให้มีสิว ส่วนประกอบ : น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ,มะนาว 1 ช้อนชา การใช้ : คนส่วนประกอบให้ถูกกัน ไม่ให้เหลวเกินความจำเป็น เอามามาส์กหน้า ทิ้งเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก สูตรมาส์กหน้านี้เรียกว่าน่าพิศวงเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุว่าช่วยลดความมันส่วนเกินบนบริเวณใบหน้า ป้องกันการเกิดสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวตัน และก็ทำให้ผิวหน้าผ่องใสได้อย่างดีเยี่ยม ในน้ำผึ้งจะมีอะซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่ช่วยลดรอยด่างดำบนผิวหน้า ก็เลยช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนแล้วก็ใสขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนประกอบที่เหลือจากการมาส์กหน้าสามารถเอามาบริโภคต่อเป็นยาอายุวัฒนะได้

คุณประโยช์จากการมาส์กหน้า

ในเหตุการณ์ที่ผู้หญิงจำเป็นต้องอยู่บ้านนานๆแบบนี้ หันมาใช้เวลานี้ดูแลตนเอง เพื่อช่วยลดความตึงเครียดรวมทั้งความรู้สึกวิตกกังวล ด้วยการมาส์กหน้าจากส่วนประกอบจากธรรมชาติกันเลยดีกว่า! เพราะเหตุว่าชีวิตประจำวันผิวหน้าของพวกเราจำเป็นต้องพบเจอกับความเคร่งเครียด มลพิษต่างๆมาก อีกทั้งจากสิ่งแวดล้อม มลภาวะกลางอากาศ รวมทั้งสารก่อพิษจากของกินที่พวกเรากินเข้าไป ล้วนเป็นตัวการรบกวนผิวหน้า  ทำให้ผิวอ่อนเพลียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าการล้างหน้าล้างตาและก็ทาครีมบำรุงจะสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตรอบๆผิวหน้าได้อย่างพอเพียง แต่ว่าการมาส์กหน้าจะช่วยทำนุบำรุงผิวให้ได้รับออกสิเจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เปิดเผยผิวที่ขาวใส มองดูอ่อนกว่าวัย ทำให้ผิวหน้าบรรเทา เป็นการพักแล้วก็ฟื้นฟูผิวหน้าที่เพลีย ขาดการบำรุงอย่างลึกล้ำ คุณประโยช์จากการมาส์กหน้า การมาส์กหน้าถือได้ว่าเป็นการบำรุงผิวแบบพิเศษอีกทางหนึ่ง ที่ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับเพื่อการแก้ไขปัญหาผิวที่พวกเราเจออยู่ให้หายไปอย่างเร็วทันใจ แม้การทามอยส์พบไรเซอร์หรือสรับประทานห่วงใยต่างๆจะช่วยเพิ่มความชื้นให้กับผิวเจริญสุดแต่ก็ยังไม่มากมายสักเท่าไหร่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีปัญหาผิวแห้งแล้วก็ผิวขาดน้ำ ควรจะเพิ่มความชื้นเสริมเข้าไปด้วยการมาส์กหน้า ที่สามารถบำรุงผิวได้ลึกล้ำกว่า ทำให้ผิวหน้านุ่มและก็ยืดหยุ่นได้มากขึ้น ให้บริเวณใบหน้ามองดูอ่อนวัยได้ไม่ยาก ในระหว่างการมาส์กหน้า เนื้อของมาส์กจะช่วยกระตุ้นให้ผิวได้รับออกสิเจนเยอะขึ้น รวมทั้งรู้สึกได้ถึงความตึงของผิว ก็เลยทำให้ผิวหน้ากระชับแข็งแรงขึ้น เปิดเผยผิวที่เปล่งรัศมีจากข้างในอย่างแท้จริง นอกเหนือจากนี้ยังช่วยลดเม็ดสีผิวส่วนเกินอันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดรอยด่างดำ  สีผิวของคุณก็เลยเรียบเนียบบ่อย รวมทั้งช่วยกระตุ้นรวมทั้งเพิ่มเติมคอลลาเจนให้กับผิวหน้า ถ้ามาส์กหน้าเสมอๆจะมีผลให้รูขุมขนบนผิวหน้าสะอาด ลดปัญหาหน้ามัน ช่วยดูดสิ่งสกปรกใต้ผิวหนัง อีกทั้งลดการสั่งสมตันตามรูขุมขนต่างๆเปิดเผยผิวที่เรียบเนียนและก็แจ่มใสเพิ่มขึ้นอย่างพินิจได้ honey dipper on honey comb สูตร DIY FACE MASK 5 สูตร จากวัตถุดิบธรรมชาติ สูตรป้องกันไม่ให้มีสิว ส่วนประกอบ : น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ,มะนาว 1 ช้อนชา การใช้ : คนส่วนประกอบให้เหมาะ ไม่ให้เหลวเกินความจำเป็น เอามามาส์กหน้า ทิ้งเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก สูตรมาส์กหน้านี้เรียกว่าอัศจรรย์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่าช่วยลดความมันส่วนเกินบนบริเวณใบหน้า ป้องกันการเกิดสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวตัน แล้วก็ทำให้ผิวหน้าสดใสได้อย่างดีเยี่ยม ในน้ำผึ้งจะมีอะซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่ช่วยลดรอยด่างดำบนผิวหน้า ก็เลยช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนแล้วก็ใสขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนประกอบที่เหลือจากการมาส์กหน้าสามารถเอามาบริโภคต่อเป็นยาอายุวัฒนะได้

เรื่องราวต้นเหตุของลิฟต์ ตั้งแต่สมัยก่อนกระทั่งมาถึงตอนนี้

เรื่องราวต้นเหตุของลิฟต์ ตั้งแต่สมัยก่อนกระทั่งมาถึงตอนนี้ ความเป็นมาสิ่งที่ทำให้เกิดลิฟต์ ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงมาถึงเดี๋ยวนี้ การใช้ลิฟต์เริ่มมาตั้งแต่ในยุคยุคกลางด้วยตะกร้าชักรอกอย่างง่าย ที่โดยมากจำเป็นต้องพึ่งแรงงานจากมนุษย์หรืออาศัยกลไกแรงกดดันน้ำมาทำให้ลิฟต์สามารถเขยื้อน โดยลิฟต์เป็นยานพาหนะสำหรับย้ายที่ข้าวของหรือคนระหว่างชั้นในอาคารสูง  มีการเคลื่อนขึ้น–ลงในแนวตั้งที่ในตอนนี้สามารถดำเนินงานได้ด้วยระบบกระแสไฟฟ้า (อ้างอิงจาก: วิกิพีเดีย) ลิฟต์ที่มีแบบและก็รูปแบบการทำงานราวกับลิฟต์ในตอนนี้ ได้เริ่มปรับปรุงขึ้นในทศวรรษที่ 1800 ด้วยการใช้แหล่งพลังงานจากน้ำหรือละอองน้ำ แบบอย่างลิฟต์ที่ใช้น้ำสำหรับในการดำเนินงาน  มีกรรมวิธีเป็นการเติมน้ำลงในท่อกลวงจนกระทั่งระดับที่เกิดแรงไฮดรอคอยลิค (hydraulic) หลังจากนั้นแรงที่เกิดขึ้นจะดันกล่องที่บรรทุกคนหรือข้าวของให้เขยื้อนขึ้นไปตามท่อกลวง ซึ่งถัดมาความเร็วของกล่องได้ถูกปรับปรุงและก็ปรับแก้ให้มีคุณภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆด้วยแนวทางที่มากมาย ดังเช่นว่า การพัฒนาเครื่องชูไฮดคอยลิค  การนำลิ้นปิดเปิดจำพวกต่างๆเข้ามาควบคุมความเร็ว รวมถึงใช้เครื่องชู (lifts) ที่เป็นตัวช่วยทำให้กล่องสามารถเคลื่อนขึ้น–ลงเจริญขึ้นด้วยเชือกที่ไหลผ่านคานถ่วงน้ำหนักแล้วก็รอคอยก ฯลฯ ซึ่งลิฟต์ที่ใช้เครื่องชูมาช่วยสำหรับเพื่อการดำเนินงาน ได้เจอเรื่องราวเริ่มใช้งานคราวแรกในประเทศอังกฤษ ซึ่งนับได้ว่าเป็นลิฟต์ที่มีความเก่าแก่รวมทั้งเป็นบรรพบุรุษของลิฟต์ในตอนนี้ ลิฟต์ที่ใช้พลังงานตัวแรก กึ่งกลางศตวรรษที่ 19 ได้เจอเรื่องราวใช้ลิฟต์ที่ใช้พลังงานตัวแรกขึ้นในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ถูกใช้งานระหว่างชั้นสองชั้นข้างในตึกที่นิวยอร์กเพื่อขนส่งผลิตภัณฑ์ในลักษณะของตะกร้า จวบจนกระทั่งในปี 1853  ลิฟต์ได้ถูกทำการพัฒนารวมทั้งวางแบบให้มีความปลอดภัยสำหรับเพื่อการใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยกราเวส โอทิส (Elisha Graves Otis ค. ศาสตราจารย์1811-1861) มีต้นแบบแล้วก็การทำงานเมื่อระบบยกตัวของลิฟต์ติดขัด เป็นระบบแนวทางการทำงานของลิฟต์จะหยุดดำเนินการด้วยตัวเองอัตโนมัติทั้งปวง หลังจากนั้นตู้ลิฟต์จะถูกปลดปล่อยลงมากระทั่งตกถึงฐานเพลาโดยสวัสดิภาพ ลิฟต์โอทิส (Otis elevator) ตัวแรกได้ถูกจัดตั้งในห้าง อี.วี. ฮอฟวูท (E.V. Houghwout department) ในนิวยอร์กสำหรับขนส่งผู้คนในตึก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดตั้งทั้งปวงด้วยจำนวนเงินไม่ถึง 300 ดอลลาร์  แล้วหลังจากนั้นในปี 1867 ลีออน เอมองซ (Leon Edoux) ได้ทำประดิษฐ์และก็สร้างสรรค์ลิฟต์พลังงานไฮดรอคอยลิคขึ้น ลิฟต์ของโอทิสก็เลยได้ถูกปรับกลายเป็นการขับเขยื้อนด้วยพลังงานจากละอองน้ำในเวลาถัดมา ต่อไป บริษัทโอทิส บราคุณส์ (Otis Brothers Company) ได้ถูกผลิตขึ้นในยอร์กเซียร์ นิวยอร์กโดยลูกชายของกราเวส โอทิส สำหรับทำผลิตลิฟต์เพื่อขายหลายพันตัว ซึ่งในปี 1873 ลิฟต์ของโอทิสได้ถูกจัดตั้งอย่างมากมายในตึกการค้าทั่วราชอาณาจักรประเทศสหรัฐอเมริกา โอทิส บราคุณส์  ก็เลยได้เปลี่ยนเป็นบริษัทที่เป็นที่รู้จักอย่างยิ่งในแวดวงอุตสาหกรรมลิฟต์ จนตราบเท่าปี 1884 แฟรงค์ สปราจ (Frank Sprague คริสต์ศักราช1857-1934) ได้ทำประดิษฐ์ระบบปุ่มกดสำหรับเพื่อการควบคุม รวมทั้งประดิษฐ์สร้างสรรค์ลิฟต์กระแสไฟฟ้าขึ้น โดยผลงานลิฟต์ตัวแรกได้ถูกนำไปจัดตั้งข้างในโรงงานฝ้ายที่ลอว์เรนซ์ แมสซาซูเซ็ทส์ ลิฟต์กระแสไฟฟ้าในเชิงการค้า ในปี 1889 ลิฟต์กระแสไฟฟ้าในเชิงการค้าถูกจัดตั้งใช้งานทีแรกรวมทั้งได้แพร่หลายมากขึ้นจนถึงนักคิดค้นชาว เยอรมัน เวอร์เนอร์ ฟอน ซีเมนส์ (Werner von Siemens คริสต์ศักราช 1816-1892)  ได้คิดค้นนำเทคโนโลยีการสร้าง ลิฟท์โดยสาร  มาปรับปรุงและก็ประยุกต์กับมอเตอร์กระแสไฟฟ้า โดยการทำการตำหนิสูดดมอเตอร์รอบๆตูดลิฟต์รวมทั้งทำให้ลิฟต์เขยื้อนด้วยการใช้เครื่องใช้ไม้สอยเกียร์ขยับเพลาที่มีระบบระเบียบเฟืองติดอยู่ การใช้ลิฟต์ด้วยแหล่งพลังงานจากกระแสไฟฟ้าได้เกิดขึ้นในปี 1887 ที่มีการปฏิบัติงานโดยลิฟต์จะถูกพันรอบด้วยเชือกแล้วก็ก้ามปู แม้กระนั้นเมื่อตึกถูกทำให้มีความสูงของชั้นมากเพิ่มขึ้น เชือกแล้วก็ก้ามปูที่ใช้ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น กระทั่งวัสดุอุปกรณ์ทั้งคู่มีความกว้างที่ไม่สมดุลกัน ก็เลยคือปัญหาสำคัญที่ทำให้ลิฟต์ประเภทนี้ถูกเลิกใช้ไป ในปี 1889 เทคโนโลยีเกี่ยวกับมอเตอร์รวมทั้งเกียร์ได้ถูกปรับปรุงไปใช้งานกับลิฟต์ กระทั่งทำให้ลิฟต์สามารถใช้งานในตึกที่มีความสูงเพิ่มมากขึ้นได้ ด้วยแนวทางนำลิฟต์กระแสไฟฟ้ามาใช้เกียร์แบบต่อตรง ถัดมาในปี 1903  ลักษณะของลิฟต์ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนเป็นลิฟต์กระแสไฟฟ้าไม่มีเกียร์ ซึ่งสามารถทำจัดตั้งแล้วก็ใช้งานได้ด้านในตึกที่มีความสูงมากยิ่งกว่าหนึ่งร้อยชั้น รวมทั้งเพื่อการทำงานโดยรวมของระบบมีความเรียบร้อย  รวมทั้งช่วยทำให้การเคลื่อนที่รวมทั้งลงหยุดของลิฟต์มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยได้มีการปรับแก้ความเร็วของลิฟต์ จากการใช้มอเตอร์ที่มีความเร็วเพียงแต่ระดับเดียวมาเป็นมอเตอร์ที่มีความเร็วหลายระดับ ลิฟต์ในขณะนี้ ในยุคสมัยใหม่  ลิฟท์บันได    นี้เทคโนโลยีต่างๆได้ถูกเอามาดัดแปลงงานแพร่หลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น การเปลี่ยนจากระบบปุ่มกดมาใช้งานด้วยระบบแผ่นกุญแจ  การควบคุมความเร็วของลิฟต์ด้วยกลไกการเปิด–ปิดรวมทั้งตัวตัดต่างๆและก็การใช้ระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาเสริมลักษณะการทำงานของลิฟต์ให้มีคุณภาพมากเพิ่มขึ้น ฯลฯ -> รับตัดเลเซอร์เพื่อผลิตส่วนประกอบในลิฟต์ ด้วยเทคโนโลยีตัดอุปกรณ์สะท้อนแสง จำพวกของลิฟต์ ลิฟต์สามารถแบ่งได้ตามหลักการทำงาน ดังต่อไปนี้ ลิฟต์ระบบไฮดรอคอยลิค ลิฟต์ระบบสลิง […]